15 November 16
โรคอัมพาต อัมพฤกษ์ (โรคหลอดเลือดสมอง Stroke)

โรคหลอดเลือดสมอง หรือ ที่คนส่วนมากรู้จักกันในชื่อ โรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์ เกิดจากภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดอุดตัน หรือหลอดเลือดแตก ส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลาย การทำงานของสมองหยุดชะงัก ทั้งนี้ความผิดปกติของร่างกายที่เกิดขึ้นจะเป็นมากหรือน้อย ขึ้นกับว่าสมองส่วนใดขาดเลือดไปเลี้ยง และขาดเลือดไปเลี้ยงมากน้อยขนาดใด

ความผิดปกติของ หลอดเลือดสมอง หรือ อัมพฤกษ์อัมพาต แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

  1. หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (ischemic stroke) เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมองเกิดการตีบหรืออุดตัน พบประมาณ 80% ของผู้ป่วยที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต  ซึ่งเป็นผลจากการที่ผู้ป่วยมีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ  เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง การบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง  การสูบบุหรี่   ภาวะหัวใจวายหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด การขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 
  2. หลอดเลือดสมองปริแตกหรือฉีกขาด (hemorrhagic stroke) พบได้ประมาณ 20% ของโรคหลอดเลือดสมอง เกิดจากหลอดเลือดมีความเปราะบางร่วมกับภาวะความดันโลหิตสูง ทำให้บริเวณที่เปราะบางนั้นโป่งพองและแตกออก หรืออาจเกิดจากหลอดเลือดเสียความยืดหยุ่นจากการสะสมของไขมันในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดปริแตกได้ง่ายเมื่อเกิดการแตกของหลอดเลือดสมอง ก้อนเลือดจะเบียดดันเนื้อสมองส่วนที่ดีทำให้เสียหน้าที่เซลล์สมองทำงานผิดปกติ  เกิดอัมพฤกษ์อัมพาตตามมา ซึ่งอันตรายมากเนื่องจากทำให้ปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงสมองลดลงอย่างฉับพลันและทำให้เกิดเลือดออกในสมอง ส่งผลให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็วได้

 

อาการของโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต (หลอดเลือดสมอง)

เมื่อสมองขาดเลือดจะทำให้สมองไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ทั้งนี้อาการแสดงต่างๆ จะมากหรือน้อยขึ้นกับระดับความรุนแรงและตำแหน่งของสมองที่ถูกทำลาย ดังนั้นหากมีอาการในข้อหนึ่งข้อใดดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที

  • ชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้าและ/หรือบริเวณแขนขาครึ่งซีกของร่างกาย
  • พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว มุมปากตก น้ำลายไหล กลืนลำบาก
  • ปวดศีรษะ เวียนศีรษะทันทีทันใด
  • ตามัว มองเห็นภาพซ้อนหรือเห็นครึ่งซีก หรือตาบอดข้างเดียวทันทีทันใด  
  • เดินเซ ทรงตัวลำบาก

การรักษา
การรักษาให้ได้ผลดีขึ้นอยู่กับ
             1.  เวลา ยิ่งได้รับการรักษาเร็วเท่าไร จะยิ่งมีโอกาสหายเป็นปกติได้มากผู้ป่วยโรคหลอดเลือดในสมอง ทั้งโรคหลอดเลือดในสมองตีบ และโรคหลอดเลือดในสมองแตกควรได้รับการรักษาภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อลดอัตราความพิการการจากภาวะสมองขาดเลือด
             2.  ความรุนแรงของโรคที่เป็น  ผู้ป่วยที่อาการรุนแรงน้อยจะมีโอกาสหายได้สูงกว่า
             3.  ความพร้อมของเทคโนโลยีในการรักษา โดยใช้อุปกรณ์หรือเทคนิคที่เหมาะสมและยาที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เป็นปัจจัยที่สำคัญของผลการรักษา
 

แนวทางการรักษา

1. การใช้ยาเพื่อลดอาการตีบตันของหลอดเลือด เช่น ยาต้านเกร็ดเลือด เช่น  dipyridamole หรือยาลดการแข็งตัวของเลือด เช่น warfarin

2. การผ่าตัดอวัยวะที่เกี่ยวเนื่องกับโรค เช่น การผ่าตัดหัวใจ หรือการผ่าตัดสมองหากสมองบางส่วนเกิดการบวม รวมไปถึงการผ่าตัดเส้นเลือดบางแห่งที่ส่งเลือดเลี้ยงสมองเกิดการตีบตัน เช่น เส้นเลือดบริเวณคอ เป็นต้น

3. การทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูสำหรับอวัยวะที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตจากภาวะของโรค

 

การดูแลผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต

1. ดูแลผู้ป่วยให้รับประทานยาตรงกับคำสั่งแพทย์ พร้อมสังเกตอาการข้างเคียงหรืออาการผิดปกติหลังได้รับยา

2. ตรวจสอบผิวหนังบ่อยๆ สังเกตลักษณะของสีผิว รอยแดง ผื่น จุดจ้ำเลือด ถ้าผิวหนังแห้ง ควรใช้ครีมทา

3. การจัดท่านอนสำหรับผู้ป่วย ควรเปลี่ยนทุกๆ 2 ชั่วโมง อาจใช้หมอนนุ่มรองบริเวณปุ่มกระดูก เพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับ

4. การออกกำลังท่าบริหารทุกท่า ควรทำวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็นหรือเวลาที่สะดวก

5. ทานอาหารรสจืด ต้ม นึ่ง ผักผลไม้ที่มีกากใยสูงและย่อยง่ายเพื่อช่วยระบบขับถ่าย

6. การดูแลด้านจิตใจ ผู้ป่วยอัมพาตบางรายอาจมีอาการสับสน ความจำเสื่อม หัวเราะหรือร้องไห้โดยไม่ได้ตั้งใจ โมโหง่าย ฉุนเฉียว ซึมเศร้า หรือทำอะไรที่ไม่สมควร โดยไม่มีเหตุผล ผู้ดูแลต้องให้กำลังใจ ให้อภัย หลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้ผู้ป่วยโศกเศร้าเสียใจ และภาวะเครียด

 

แนวทางการป้องกัน โรคอัมพาต อัมพฤกษ์

  • ควบคุมความดันโลหิต   ควรตรวจเช็คความดันโลหิตเป็นประจำ เพราะความดันโลหิตสูงจะเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเกิด โรคอัมพาต อัมพฤกษ์
  • ไม่สูบบุหรี่   การสูบบุหรี่จะเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเกิด โรคอัมพาต อัมพฤกษ์ จากการวิจัยพบว่าผู้ที่เลิกบุหรี่ไปแล้ว 2-5 ปี จะมีโอกาสเกิดโรคอัมพาต อัมพฤกษ์ น้อยกว่าผู้ที่ยังคงสูบบุหรี่อยู่
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ   การออกกำลังกาย ทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้น การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น นอกจากนี้การออกกกำลังกายยังช่วย ในการควบคุมความดันโลหิตและน้ำหนักตัว ซึ่งจะเป็นการลดปัจจัยเสี่ยง ต่อการที่จะเกิดโรคอัมพาต อัมพฤกษ์
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์   ควรทานผักผลไม้สดให้มาก หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง และควรรับประทานปลาเป็นประจำเพราะปลาจะมี omega-3 fatty acids ที่ช่วยลดการอุดตันของลิ่มเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคอัมพาต อัมพฤกษ์
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หากมีโรคเบาหวาน   ผู้ที่เป็นเบาหวานหากปล่อยให้น้ำตาลสูง โดยไม่ควบคุม เส้นเลือดจะแข็ง ตีบตัน ขาดความยืดหยุ่น ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิด โรคอัมพาต อัมพฤกษ์ มากขึ้น

 

เรื่องราวอื่นๆ
26 February 21

อารมณ์เศร้าหลังคลอด (Postpartum blue หรือ Baby Blue )
Read More ...
18 February 21

อัลไซเมอร์ (Alzheimer's) สาเหตุ อาการ และ การรักษา
Read More ...
13 February 21

เคล็ดลับในการลดหุ่นหลังคลอด
Read More ...
12 February 21

โรคข้อสะโพกเสื่อม (Hip osteoarthritis)
Read More ...
29 January 21

ออฟฟิศ ซินโดรม ปวดคอ บ่า ไหล่ รักษาได้
Read More ...